จับตา Influencer marketing เทรนด์การตลาดมาแรงที่ไม่มีตกยุค !

จับตา Influencer marketing เทรนด์การตลาดมาแรงที่ไม่มีตกยุค !

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email

ทุกวันนี้ ไม่ว่าเราจะใช้งานแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใด ทั้ง Facebook , Instagram , Twitter , Youtube รวมไปถึง Tiktok เราก็มักจะเห็นการโปรโมตสินค้า โปรโมตการบริการ หรือโปรโมตธุรกิจต่าง ๆ ผ่านเพื่อน หรือคนรู้จัก บุคคลที่มีชื่อเสียง ซึ่งอาจจะเป็นคนที่เรากำลังติดตามอยู่ และมียอดผู้ติดตามจำนวนหนึ่ง เราเรียกบุคคลเหล่านี้ว่า “Influencer” 

ทำความรู้จัก “Influencer” คือใคร ?  มีบทบาทอย่างไรต่อธุรกิจ ? 

“Influencer”  หรือ ผู้มีอิทธิพลบนสื่อโซเชียล ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ทำคอนเทนต์เผยแพร่ตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ แล้วมีผู้คนให้ความสนใจติดตาม ยิ่งมีผู้ติดตามจำนวนมาก ก็ยิ่งเรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลมาก ซึ่งผู้ติดตามส่วนใหญ่มักเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ตั้งแต่เด็กไปจนถึงวัยทำงาน ที่มักจะให้ความสนใจตามคอนเทนต์ที่ตนเองชื่นชอบ ตาม “Influencer” ได้นำเสนอ 

โดยผู้ติดตามส่วนใหญ่ มักจะรู้สึกคล้อยตามเนื้อหา ที่ Influencer นำเสนอ ผ่านการพูดโน้มน้าวใจ หรือการบอกเล่าสิ่งต่าง ๆ ได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นการพูดเกี่ยวกับสินค้า การบริการ ผ่านการรีวิวทั้งจากการใช้เอง รับประทานเอง สัมผัสด้วยตัวเองแล้วเห็นผล หรือการโปรโมตตามสคริปต์ของลูกค้า ซึ่ง “Influencer” จะทำให้ผู้ติดตาม รู้สึกถึงความใกล้ชิดและจริงใจ เหมือนเพื่อน พี่ น้อง มาบอกเล่ามารีวิวสิ่งที่ตนเองได้ใช้จริง มากกว่าการรับชมผ่านสื่อโฆษณาของแบรนด์ต่าง ๆ

“Influencer” มีกี่ประเภท มีอะไรบ้าง 

เราสามารถแบ่งกลุ่มประเภทของ “Influencer” ได้จากจำนวนผู้ติดตามบนแอ็กเคานต์ของแต่ละบุคคล ตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ หากเป็นผู้ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก สินค้าหรือสิ่งที่เราต้องการโปรโมทก็จะมีผู้พบเห็นมาก ในขณะเดียวกัน หากเป็นผู้ที่มีผู้ติดตามจำนวนน้อย สิ่งที่เราต้องการโปรโมทก็จะมีผู้พบเห็นน้อย แต่จะสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดตามได้มากกว่า 

1. Nano-Influencers (1K–10K followers)                    

เป็นกลุ่มที่มีจำนวนผู้ติดตามตั้งแต่ 1 พัน – 1 หมื่นคน ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีจำนวนผู้ติดตามน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น ๆ แต่เป็นกลุ่มที่มีการปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดตามได้มากที่สุด คอนเทนต์ที่นำเสนอส่วนใหญ่จึงมักเป็นคอนเทนต์ทั่วไป โดยอาจเป็นบุคคลที่มีความโดดเด่นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง มีคนให้ความสนใจจากไลฟ์สไตล์ที่ Influencer กลุ่มนี้ได้นำเสนอ และมักจะคล้อยตาม  Influencer กลุ่มนี้ ได้มากที่สุด เพราะมีลักษณะการโปรโมท การนำเสนอคอนเทนต์เหมือนการมีเพื่อน มีพี่น้อง มีคนสนิท มาบอกเล่าหรือมาแนะนำสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ให้ฟัง 

เหมาะกับ : แบรนด์ที่ต้องการสร้าง Awareness และ Engagement ให้กับแบรนด์ของตนเอง ให้คนที่ติดตาม คนที่พบเห็นรู้สึกอยากทดลองใช้ ตามที่ Influencer กลุ่มนี้ได้นำเสนอและชักจูง  นอกจากนี้ หากทางแบรนด์ได้กำหนด Content ให้กับ  Influencer เพื่อการเพิ่มยอดขาย  ก็อาจสามารถช่วยให้เรียกยอดไลก์ ยอดแชร์ หรือยอดสั่งซื้อได้ด้วย 

Credit : Fanpage facebook รีวิวไปเรื่อย 

ยอด Follower : 3.3K 

 2. Micro-Influencers (10K–100K followers)  

เป็นกลุ่มที่มีจำนวนผู้ติดตามตั้งแต่ 1 หมื่น – 1 แสนคน Influencer กลุ่มนี้ จะเริ่มมีการนำเสนอคอนเทนต์เฉพาะด้านมากยิ่งขึ้น และมีรูปแบบการนำเสนอที่มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว สร้างคอนเทนต์เชิงสร้างสรรค์เพื่อดึงดูดความสนใจจากคนที่อ่านและคนที่พบเห็นมากยิ่งขึ้น เช่น การมีแฟนเพจ หรือ ช่องทาง หรือ แอ็เคานต์สาธารณะ ที่นำเสนอคอนเทนต์รีวิวสินค้า คอนเทนต์ท่องเที่ยว หรือคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ ความรู้ต่าง ๆ 

เหมาะกับ : แบรนด์ที่ต้องการการทำการตลาดที่มีเป้าหมายในการเพิ่ม Lead Generation หรือการเปลี่ยนจาก Customer Journey มาเป็นลูกค้า เพราะ Influencer กลุ่มนี้ จะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์ที่มีความเฉพาะเจาะจง อย่างใดอย่างหนึ่งได้ง่าย และยังช่วยให้เกิดการ consideration จนนำไปสู่ Conversion ในผู้ติดตามที่สนใจสินค้าต่าง ๆ ตามที่  Influencer กลุ่มนี้ได้รีวิว

Credit :Channel youtube widpim withpim

ยอด Follower : 95.3K 

3. Macro-Influencers (100K–1M followers)   

เป็นกลุ่มที่มีจำนวนผู้ติดตามตั้งแต่ 1 แสนคน – 1 ล้านคน หรือกลุ่มเน็ตไอดอล คือ กลุ่มที่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง มีช่องทาง มีแฟนเพจ มีแอ็กเคานต์บนโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มต่าง ๆ และมีผู้ติดตามจำนวนมากมาเป็นเวลานานอาจจะมากกว่า 1 ปีขึ้นไป โดย Influencer กลุ่มนี้ จะมีคอนเทนต์เฉพาะทาง หรือบ่งบอกตัวตนของตัวเองได้ชัดเจน มากกว่า 2 กลุ่มแรก ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์เกี่ยวกับด้านความงาม ด้านการท่องเที่ยว ด้านอาหาร ด้านการลงทุน ด้านการออกกำลังกาย ด้านเทคโนโลยี ทำให้เข้าถึงและเจาะจงกลุ่มเป้าหมายที่แบรนด์ต้องการได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

เหมาะกับ : แบรนด์ที่ต้องการให้สินค้าและบริการของตนเอง ได้ถูกพบเห็นจากผู้คนจำนวนมาก และเหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการโฆษณาสินค้าให้กับลูกค้าได้ตรงตามเป้าหมาย ผู้ติดตามของ Influencer กลุ่มนี้ มักจะสนใจ เกิดความไว้ใจ เชื่อใจในสินค้า เพราะได้รับการโฆษณา การรีวิว จากบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือและมีชื่อเสียง มีผู้ติดตามจำนวนมาก พร้อมกับมีประสบการณ์การใช้งานสินค้าและบริการมาอย่างหลากหลาย

Credit :Tiktok :ceemeagain

ยอด Follower : 253.3K

4. Mega-Influencers (1M+ followers)   

เป็นกลุ่มที่มีจำนวนผู้ติดตามตั้งแต่ 1 ล้านคนขึ้นไป  หรือกลุ่มเซเลบริตี้ กลุ่มนี้ส่วนใหญ่คือบุคคลที่มีชื่อเสียง ดารา นักร้อง นักกีฬาหรือบุคคลที่มีผลงานมากมาย จนมีฐานแฟนคลับ ฐานผู้ติดตามจำนวนมาก คอนเทนต์ที่นำเสนอส่วนใหญ่มีทั้งเรื่องของแวดวงตนเอง รูปภาพ กิจวัตรประจำวัน ไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ตลอดจนผลงานหรือการลงโฆษณาสินค้าต่าง ๆ ที่ตนเองได้เป็นพรีเซนเตอร์อยู่

เหมาะกับ : สินค้าแบรนด์ใหญ่ แบรนด์ที่มีชื่อเสียง ต้องการสร้างภาพลักษณ์ ต้องการโฆษณาสินค้าให้เกิดวงกว้าง โฆษณาสินค้าได้แบบจบครบในทันที  เนื่องจาก Influencer กลุ่มนี้ จะสามารถโปรโมตสินค้าและบริการด้วยชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของตนเอง จึงทำให้เข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายกลุ่มและได้จำนวนมากกว่า  Influencer กลุ่มอื่น ๆ 

Credit :Instagram   lalalisa_m

ยอด Follower : 72.3M

ทำไมธุรกิจต่าง ๆ จึงควรทำการตลาดแบบ Influencer Marketing ?

เพราะ Influencer Marketing คือการตลาดออนไลน์ที่ใช้ Influencer ในการโฆษณาสินค้าหรือแบรนด์ของตนเอง ซึ่งเป็นการตลาดที่เริ่มแพร่หลายตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 2014 โดยเริ่มจากการใช้ Influencer ในกลุ่ม Celebrity หรือ Mass Publisher ที่เป็นดารา นักแสดง ในการโฆษณาหรือรีวิวสินค้า

จนต่อมากลุ่ม Blogger และ YouTuber ต่าง ๆ ได้มีการพัฒนาคอนเทนต์ให้คนสนใจติดตามมากขึ้น จึงเริ่มมีอิทธิพลมากขึ้น เจ้าของแบรนด์ต่าง ๆ ก็หันมาใช้ Influencer กลุ่มนี้เพราะเข้าถึงผู้บริโภคและตรงเป้าหมายมากกว่ากลุ่มที่เป็นดารานักแสดง เนื่องจากพูดถึงสินค้าในเชิงผู้บริโภคคนหนึ่งนั่นเอง ทำให้ลูกค้าให้ความสนใจ เกิดความรู้สึกอยากใช้ อยากมี อยากลองตามสิ่งที่  Influencer ได้รีวิว ได้นำเสนอ ทำให้กระแสการตลาดของ Influencer Marketing มีมาเรื่อย ๆ และถูกพัฒนาไปเป็นคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์และดูสมจริงมากยิ่งขึ้น ยิ่งดึงดูด ยิ่งจริงใจ ก็ยิ่งจูงใจผู้ติดตามได้ดีขึ้นกว่าเดิม 

แผนภูมิ 1 แผนภูมิเส้นแสดงอัตราการใช้งาน Social Media และ Influencer Marketing ของปี 2019 – 2022 

หากดูจากข้อมูลของ eMarketer จะพบว่า Influencer Marketing นั้น มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและก้าวกระโดดสูงในอัตราร้อยละ 55.4% จากปี 2562 ซึ่งนักการตลาดหลายคนยังคาดการณ์ว่าจะมีการเพิ่มขึ้นเป็น 72.5% ในปี 2565 โดยเพิ่มขึ้นทั้งหมด 17.1% ตัวเลขนี้รวมถึงความร่วมมือระหว่างแบรนด์และ Influencer  ทั้งแบบชำระเงินและแบบไม่ชำระเงิน ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก

ดังนั้น การใช้  Influencer Marketing ถือว่ายังคงเป็นเทรนด์การตลาดที่มีความน่าสนใจ และมีการพัฒนาเติบโตไปเรื่อย ๆ ไม่มีหยุด แบรนด์สินค้าและธุรกิจต่าง ๆ ก็ยังจำเป็นต้องทำการตลาดผ่านผู้ทรงอิทธิพลหรือ Influencer เหล่านี้อยู่ เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายและชัดเจน ทั้งผ่านการรีวิวบอกต่อ สร้างกระแส และช่วยในการโน้มน้าวความคิดและความสนใจของลูกค้า จนก่อให้เกิดความต้องการในการซื้อสินค้าหรือบริการ ส่งผลถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้ดี หากคอนเทนต์ของ Influencer นำเสนอออกมาน่าสนใจ สามารถทำให้ผู้ติดตามพูดถึงหรือเกิดการซื้อสินค้าและบริการนั้น ๆ ก็ถือว่าเป็นการทำการตลาดที่ประสบความสำเร็จ  

ถ้าอยากติดตามบทความดีๆ สามารถไปอ่านต่อได้ที่ link

Contact US

Line Official : https://lin.ee/Qtmh0wh

Instagram : https://bit.ly/3gQHTdm

E – mail : masterplanmedia.th@gmail.com

Tel : 090 – 950 – 5544

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก : eMarketer , thaiwinner , creativetalklive

รับคำปรึกษาฟรี